VAR คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอในฟุตบอล
กฎและกติกา

VAR คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอในฟุตบอล

TH Kick8 เมษายน 2569อ่าน 2 นาที74 views

VAR หรือ Video Assistant Referee เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญที่สุดในวงการฟุตบอลสมัยใหม่ ระบบนี้ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการตัดสินฟุตบอลอย่างสิ้นเชิง โดยใช้เทคโนโลยีวิดีโอเพื่อช่วยผู้ตัดสินในการตรวจสอบและแก้ไขการตัดสินใจที่อาจผิดพลาดในสถานการณ์สำคัญของเกม

VAR คืออะไร?

VAR ย่อมาจาก Video Assistant Referee ซึ่งแปลว่า "ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ" เป็นระบบที่ใช้เทคโนโลยีวิดีโอในการช่วยผู้ตัดสินตัดสินในสถานการณ์สำคัญระหว่างการแข่งขันฟุตบอล ระบบนี้ประกอบด้วยทีมผู้ตัดสินที่อยู่ในห้องควบคุม ซึ่งสามารถดูภาพจากกล้องหลายมุมและแจ้งให้ผู้ตัดสินหลักในสนามทราบหากเกิดความผิดพลาดที่ชัดเจน

ผู้ตัดสินกำลังตรวจสอบภาพจากจอ VAR ข้างสนาม

ผู้ตัดสินกำลังตรวจสอบภาพจากจอ VAR ข้างสนาม

ระบบ VAR ถูกพัฒนาโดย IFAB (International Football Association Board) ซึ่งเป็นองค์กรที่กำหนดกฎกติกาฟุตบอล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความผิดพลาดของผู้ตัดสินในสถานการณ์ที่ส่งผลต่อผลการแข่งขัน เช่น การทำประตู การให้จุดโทษ และการให้ใบแดง

! เป้าหมายของ VAR

"การแก้ไขความผิดพลาดที่ชัดเจนและเห็นได้ชัด" ไม่ใช่การตัดสินทุกสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด

ประวัติความเป็นมาของ VAR

การพัฒนาระบบ VAR เริ่มต้นขึ้นในปี 2012 เมื่อ IFAB เริ่มทดลองใช้เทคโนโลยีวิดีโอในการช่วยตัดสิน โดยมีขั้นตอนการพัฒนาดังนี้:

ปี เหตุการณ์สำคัญ
2012 IFAB เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีวิดีโอ
2016 เริ่มทดลองใช้ VAR ในลีกบางประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา
2017 FIFA อนุมัติการใช้ VAR อย่างเป็นทางการ
2018 VAR ถูกนำมาใช้ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียเป็นครั้งแรก
2019 พรีเมียร์ลีกเริ่มใช้ระบบ VAR
2021 ไทยลีก 1 เริ่มนำ VAR มาใช้งาน
2023 VAR ถูกใช้ในลีกมากกว่า 200 รายการทั่วโลก

VAR ทำงานอย่างไร?

ระบบ VAR ทำงานโดยมีทีมผู้ตัดสินอยู่ในห้องควบคุมวิดีโอ (Video Operation Room - VOR) ซึ่งอาจอยู่ภายในสนามหรือที่ศูนย์กลางที่ห่างออกไป ทีม VAR ประกอบด้วย:

1

VAR หลัก (Main VAR)

ผู้ตัดสินหลักที่รับผิดชอบการตรวจสอบภาพวิดีโอและสื่อสารกับผู้ตัดสินในสนาม

2

AVAR (Assistant VAR)

ผู้ช่วย VAR ที่ช่วยดูภาพจากมุมต่างๆ และให้ความเห็นเพิ่มเติม

3

RO (Replay Operator)

ผู้ควบคุมระบบรีเพลย์ ทำหน้าที่เลือกและแสดงภาพจากมุมที่เหมาะสม

4

TO (Technical Operator)

ผู้ดูแลด้านเทคนิคของระบบ ตรวจสอบให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างถูกต้อง

ห้องควบคุม VAR พร้อมหน้าจอหลายตัว

ห้องควบคุม VAR พร้อมหน้าจอหลายจอสำหรับดูภาพจากมุมต่างๆ

ขั้นตอนการทำงานของ VAR

  1. 1
    เกิดเหตุการณ์

    เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในสนาม เช่น ประตู, จุดโทษ, ใบแดง หรือผิดตัว

  2. 2
    VAR ตรวจสอบ

    ทีม VAR ตรวจสอบภาพจากทุกมุมเพื่อดูว่ามีความผิดพลาดที่ชัดเจนหรือไม่

  3. 3
    สื่อสารกับผู้ตัดสิน

    หากพบความผิดพลาด VAR จะแจ้งผู้ตัดสินผ่านหูฟัง

  4. 4
    ผู้ตัดสินตัดสินใจ

    ผู้ตัดสินอาจยอมรับคำแนะนำ หรือไปดูจอข้างสนาม (On-Field Review)

  5. 5
    ประกาศผล

    ผู้ตัดสินทำสัญญาณมือรูปทีวีและประกาศการตัดสินใจ

สถานการณ์ที่ VAR ตรวจสอบ

VAR จะตรวจสอบเฉพาะ 4 สถานการณ์หลัก เท่านั้น ตามที่ IFAB กำหนดไว้:

สถานการณ์ รายละเอียด ตัวอย่าง
⚽ ประตู ตรวจสอบว่าประตูถูกต้องตามกติกาหรือไม่ ล้ำหน้า, ฟาวล์ก่อนยิง, แฮนด์บอล
🎯 จุดโทษ ตรวจสอบว่าควรให้หรือไม่ให้จุดโทษ ฟาวล์ในกรอบเขต, ไดฟ์, แฮนด์บอล
🟥 ใบแดงโดยตรง ตรวจสอบการให้ใบแดงโดยตรง (ไม่รวมใบเหลืองใบที่ 2) เล่นรุนแรง, พฤติกรรมรุนแรง, กัด/ถุยน้ำลาย
👤 ผิดตัว ตรวจสอบเมื่อผู้ตัดสินลงโทษผิดคน ให้ใบเหลือง/แดงผิดตัว

⚠️ หมายเหตุ: VAR จะไม่ตรวจสอบใบเหลือง (ยกเว้นกรณีผิดตัว) หรือการตัดสินเรื่องลูกออก/เตะมุม/ส่งออกหลัง

เทคโนโลยีล้ำหน้าอัตโนมัติ

เส้นล้ำหน้าที่ถูกวาดด้วยเทคโนโลยี VAR

เส้นล้ำหน้าที่ถูกวาดด้วยเทคโนโลยี VAR เพื่อตรวจสอบตำแหน่งผู้เล่น

ใน ฟุตบอลโลก 2022 FIFA ได้เปิดตัว Semi-Automated Offside Technology (SAOT) หรือ "เทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" ซึ่งทำให้การตรวจสอบล้ำหน้าเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้นอย่างมาก

คุณสมบัติของ SAOT:

  • กล้อง 12 ตัว ติดตั้งรอบสนามเพื่อติดตามตำแหน่งผู้เล่น 29 จุดบนร่างกาย
  • เซ็นเซอร์ในลูกบอล ส่งข้อมูล 500 ครั้งต่อวินาทีเพื่อระบุจังหวะที่บอลถูกเตะ
  • AI ประมวลผล คำนวณตำแหน่งล้ำหน้าภายในไม่กี่วินาที
  • ภาพ 3D แสดงให้ผู้ชมเห็นตำแหน่งล้ำหน้าอย่างชัดเจน

ข้อดีและข้อเสียของ VAR

ข้อดีของ VAR

  • ลดความผิดพลาด ในการตัดสินสถานการณ์สำคัญ
  • เพิ่มความยุติธรรม ในผลการแข่งขัน
  • ป้องกันการโกง เช่น การไดฟ์หรือการเล่นผิดกติกา
  • ตรวจจับล้ำหน้า ได้แม่นยำกว่าสายตามนุษย์
  • ลดแรงกดดัน ให้ผู้ตัดสินในสถานการณ์ยาก

ข้อเสียของ VAR

  • ทำลายอารมณ์ เมื่อต้องรอการตรวจสอบนาน
  • ยังมีความขัดแย้ง ในการตีความบางสถานการณ์
  • เส้นล้ำหน้าบางมาก ทำให้เกิดข้อถกเถียง
  • ค่าใช้จ่ายสูง ทำให้ลีกเล็กใช้ไม่ได้
  • กฎแฮนด์บอล ยังคงสร้างความสับสน

VAR ในฟุตบอลไทย

ไทยลีก 1 เริ่มนำระบบ VAR มาใช้ในฤดูกาล 2021 โดยเป็นลีกแรกในอาเซียนที่นำระบบนี้มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ การนำ VAR มาใช้ในไทยลีกช่วยยกระดับมาตรฐานการตัดสินและทำให้แฟนบอลไทยได้รับประสบการณ์การชมฟุตบอลที่ทันสมัยขึ้น

สถิติ VAR ในไทยลีก

200+

การตรวจสอบต่อฤดูกาล

85%

ความแม่นยำในการตัดสิน

45 วิ

เวลาเฉลี่ยต่อการตรวจสอบ

16

สนามที่มี VAR

ศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับ VAR

เมื่อคุณดูผลบอลสดหรือชมการถ่ายทอดฟุตบอล คุณอาจได้ยินศัพท์เหล่านี้:

ศัพท์ ความหมาย
On-Field Review (OFR) ผู้ตัดสินไปดูจอข้างสนามด้วยตัวเอง
VAR Only Review VAR ตัดสินโดยไม่ต้องให้ผู้ตัดสินดู (ใช้กับล้ำหน้า)
Check Complete การตรวจสอบเสร็จสิ้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
Clear and Obvious Error ความผิดพลาดที่ชัดเจน (เงื่อนไขในการเปลี่ยนคำตัดสิน)
Referee Review Area (RRA) พื้นที่ข้างสนามที่มีจอให้ผู้ตัดสินดู
SAOT Semi-Automated Offside Technology (เทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ)

อนาคตของ VAR

FIFA และ IFAB กำลังพัฒนาระบบ VAR ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการพัฒนาในอนาคตดังนี้:

  • VAR เบา (VAR Lite) - ระบบที่ใช้กล้องน้อยลงและค่าใช้จ่ายต่ำกว่าสำหรับลีกเล็ก
  • AI ขั้นสูง - ใช้ปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับฟาวล์และแฮนด์บอลอัตโนมัติ
  • การสื่อสารที่ดีขึ้น - ผู้ตัดสินอธิบายการตัดสินให้แฟนบอลในสนามฟัง
  • เวลาตรวจสอบสั้นลง - เป้าหมายไม่เกิน 30 วินาทีต่อการตรวจสอบ

สรุป

VAR เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวงการฟุตบอลอย่างมาก แม้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า VAR ช่วยลดความผิดพลาดในการตัดสินสถานการณ์สำคัญได้จริง ในอนาคต เราคงได้เห็นการพัฒนาระบบนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อรักษาความยุติธรรมในกีฬาที่ผู้คนหลงใหลมากที่สุดในโลก

คำถามที่พบบ่อย

VAR ใช้เวลาตรวจสอบนานแค่ไหน?
โดยเฉลี่ย VAR ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 60-90 วินาที แต่บางกรณีอาจใช้เวลาถึง 3-4 นาที สำหรับเทคโนโลยีล้ำหน้าอัตโนมัติ (SAOT) ใช้เวลาเพียง 25 วินาที
ผู้เล่นหรือโค้ชสามารถขอให้ใช้ VAR ได้หรือไม่?
ไม่ได้ การใช้ VAR เป็นการตัดสินใจของผู้ตัดสินและทีม VAR เท่านั้น ผู้เล่นหรือโค้ชไม่สามารถขอให้ตรวจสอบได้ และอาจถูกเตือนหากแสดงท่าทางเรียกร้องให้ใช้ VAR
ทำไมบางลีกไม่มี VAR?
เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและดำเนินการระบบ VAR สูงมาก (ประมาณ 50-100 ล้านบาทต่อฤดูกาล) ลีกเล็กหรือลีกในประเทศกำลังพัฒนาอาจไม่มีงบประมาณเพียงพอ
VAR ตรวจสอบใบเหลืองได้หรือไม่?
ไม่ได้ VAR ตรวจสอบเฉพาะใบแดงโดยตรงเท่านั้น ไม่รวมใบเหลืองหรือใบเหลืองใบที่ 2 ยกเว้นกรณีที่ผู้ตัดสินให้ใบผิดตัว VAR สามารถแจ้งให้แก้ไขได้

ติดตามผลบอลสดและโปรแกรมบอลได้ที่ TH Kick

VARผู้ตัดสินกติกาฟุตบอลเทคโนโลยีพรีเมียร์ลีกฟุตบอลโลก